FAQ

มัทฉะกับชาเขียวต่างกันยังไง?

                มัทฉะก็คือ ชาเขียวนั่นเอง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Camellia sinensis เพียงแต่ว่า มัทฉะเป็นผงบดละเอียดของชาเขียวชนิดที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ คือ อยู่ในที่ร่มได้รับการเก็บเกี่ยวและทำให้แห้งอย่างดีทำให้มีกลิ่นที่หอมเป็น      เอกลักษณ์และรสชาติที่พิเศษสุด(อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อ มัทฉะ)

                เพราะฉะนั้นการที่เราดื่ม มัทฉะเท่ากับเป็นการดื่มชาเขียวทั้งใบ ไม่ใช่ดื่มแค่น้ำชาแล้วทิ้งใบชาไป

แล้วการดื่มมัทฉะมีประโยชน์กว่าการดื่มชาเขียวจริงหรือ?

                จริงครับ เพราะอย่างที่บอกการดื่มมัทฉะเท่ากับเป็นการดื่มชาเขียวทั้งใบ เราจึงได้สารอาหารมากกว่าการดื่มชาเขียว เพราะการดื่มมัทฉะหนึ่งแก้ว เท่ากับดื่มชาเขียว10แก้วครับ

แล้วการดื่มมัทฉะมีประโยชน์มีประโยชน์อะไรบ้าง?

                 เอาตั้งแต่เริ่มแรกกันเลยนะ สดชื่น แจ่มใส เพราะในมัทฉะอุดมไปด้วยสาร คาเทชิน(อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อ คาเทชิน) คาเทชินที่มีอยู่ในชาเขียวมัทฉะสามารถพบได้ในหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่สำคัญ คือ EGCG (Epigallocatechin gallate) EGCG ตัวนี้เป็นแชมป์เปี้ยนของสารต้านอนุมูลอิสระเลยทีเดียว แล้วสารพฤกษเคมี ชื่อ EGCG ตัวนี้มีประโยชน์อะไรบ้างมาดูกัน

*ช่วยลดความอ้วน

ด้วนกลไกของการกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิ-เดชันของไขมัน มีรายงานวิจัยที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า EGCG ช่วยเพิ่ม กระบวนการการเผาพลาญพลังงานของเนื้อเยื่อไขมัน และมีรายงาน การทดลองในคนแล้ว ว่าช่วยลดความอ้วนได้

*ช่วยลดไขมันในเลือด

แม้จะลดไขมันในเลือดได้ไม่มากนัก แต่ก็มีงานวิจัยที่ดีรองรับสองงานวิจัย ในงานวิจัยแรกพบว่า เมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มชาเขียวมัทฉะในปริมาณปานกลางหรือปริมาณมากร่วมด้วย จะลดปริมาณไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอไรค์ลงได้อีกงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มชาประมาณสองถ้วยต่อวัน สามารถลดไขมันในเลือดชนิดโครเลสเตอรอลลงได้

*ช่วยโรคเส้นเลือดอุดตัน

มีรายงานวิจัยว่า สารสำคัญในชาเขียวมัทฉะสามารถการหดเกร็งของเส้นเลือดฝอยลดการเกิดตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดฝอย ทำให้ลดอุบัติการณ์ ของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด (Myocardial inflation) และอัมพฤกษ์ อัมพาต จาก เส้นเลือดตีบตัน 

*ต่อต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านมะเร็ง ( Antioxidant and anticancer)

ชาเขียวมัทฉะมีผลต่อการยับยั้งการเกิดมะเร็ง ได้หลายชนิดทั้งในคนและสัตว์ เพราะมี ฤทธิ์ทางด้านการต้านอนุมลอิสระอย่างมาก จากการวิเคราะห์ งานวิจัยที่เชื่อถือได้ของ Cochrane database ตีพิมพ์ล่าสุด จำนวน 51 งานวิจัยทั่วโลก แม้จะมีจำนวนงาน วิจัยที่จำกัด พบว่าการดื่มชาเขียวมัทฉะลดอุบัติการณ์เกิดมะเร็งหลายชนิด เช่นมะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็ง ลำไส้ และมะเร็งตับอ่อน

*ประโยชน์อื่นๆ

- ช่วยทำให้เจริญอาหาร

- แก้เมาเหล้า ทำให้สร่างเมา

- ช่วยแก้หวัด แก้ร้อนใน ช่วยขับเหงื่อ ขับสารพิษตกค้าง

- ช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ สงบประสาท ระบายความร้อนจากศีรษะและเบ้าตา ทำให้สดชื่น ตาสว่าง ไม่ง่วงนอน และช่วยทำให้หายใจสดชื่น

- ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ระบายความร้อนออกจากปอด และช่วยขับเสมหะ

- ช่วยแก้บิด ท้องร่วง ท้องเสีย

- ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ จึงสามารถช่วยล้างสารพิษและกำจัดพิษในลำไส้ได้

- ช่วยป้องกันตับจากพิษและโรคอื่นๆ

- ช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด

- ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ต้านเชื้อ Botulinus และเชื้อ Staphylococcu

- ช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีและในไต

แล้วใครบ้างล่ะที่ควรดื่มชาเขียว?

             ผมว่าพวกเราๆ ท่านๆ ทุกคนนั่นแหละดื่มได้ก็ควรดื่ม แต่เด็กๆ อายุยังน้อยก็ไม่ควรดื่มนะ  และที่สำคัญควรเป็นชาเขียวมัทฉะแท้ ไม่ใช่ชาเขียวที่ผลิตจากการต้มใบชาด้อยคุณภาพเติมสีให้สวยเติมน้ำตาลให้หวานสะใจ แล้วบรรจุขวดมาขายเราตามร้านสะดวกซื้อขวดละ 15 – 20 บาท 

แล้วควรดื่มร้อนหรือเย็นดี?

              การดื่มชาร้อนๆ จะทำให้สารสำคัญที่มีประโยชน์ คือ “คาเทชิน” จะถูกความร้อนทำลายไปเกือบหมด จนเหลือแต่รสชาติและความหอม แต่ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากการดื่มชาแบบร้อนๆ ก็ควรดื่มน้ำชาที่เข้มข้น เพราะความเข้มข้นของใบชาที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ปริมาณของสารคาเทชินเพิ่มขึ้นไปด้วย แม้ว่าสารเหล่านี้จะสลายตัวไปบางส่วนเมื่อถูกความร้อนก็ตาม แต่ก็ยังคงมีบางส่วนที่หลงเหลือพอที่จะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้บ้าง

ที่ญี่ปุ่นมี มัทฉะพร้อมชงสำเร็จรูปขายไม๊?

           มีครับ เรียกว่า Funmatsucha ( 粉末茶) คือ ชาเขียวมัทฉะชนิดผงสำเร็จรูป พกสะดวก ชงง่าย สไตล์คนรุ่นใหม่

 

 

สามารถสั่งซื้อได้ที่

  • ...